การเรียนการสอนยุคดิจิตอล

การเรียนการสอนในยุคดิจิตอล ควรเป็นแบบไหน

ต้องบอกว่ายุคนี้เป็นยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามาจนถึงขีดสุด การใช้ชีวิตประจำวันของเราหลายๆ อย่างต้องพึ่งเทคโนโลยีทั้งสิ้น และเทคโนโลยีก็เข้าไปอยู่กับทุกองค์กรทุกกิจกรรม แม้แต่การเรียนการสอนเอง ก็ต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแล้ว หากไปใช้วิธีการสอนเหมือนกับยุคก่อน การเรียนการสอนก็คงต้องถอยหลังลงคลอง เด็กไม่มีวันได้อะไรจากการเรียนแน่นอน

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน การเรียนจึงต้องเปลี่ยนไปด้วย แล้วการเรียนในยุคดิจิตอลที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอย่างทุกวันนี้ ควรจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหนบ้าง จึงจะทำให้ผู้เรียนได้ประโยชน์สูงสุด

1. เรียนด้วยระบบสองภาษา

ยุคนี้ภาษาเดียวอาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และในการทำงาน การให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยระบบสองภาษาตั้งแต่อยู่ในชั้นต้น จะช่วยให้เด็กมีพื้นฐานของภาษาที่ดี และเมื่อเรียนในชั้นที่สูงขึ้น ก็จะเข้าใจการเรียนได้ง่ายขึ้น ซึ่งการรอบรู้ในเรื่องของภาษามากกว่า 2 ภาษาขึ้นไป

ยังเป็นตัวช่วยในการเบิกทางไปสู่การทำงานที่ดีกว่าเดิมได้ อาจจะได้ไปทำยังต่างประเทศ ซึ่งความก้าวหน้าก็จะมีมากกว่าการทำงานในประเทศอย่างเดียว

2. การเสริมทักษะทางความคิด

การเสริมทักษะทางความคิดเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนรู้จักการคิดที่มีประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาต่างๆ รู้จักควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้น เพื่อให้เข้าสู่ป้าหมายที่ต้องการอยากจะก้าวเข้าไป ซึ่งการควบคุมความคิดถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในยุคนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะว่าคนเริ่มจะไม่ค่อยเห็นใจ มีน้ำใจกันเท่าไหร่ มักจะนำอารมณ์เข้าหากัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดี

3. ส่งเสริมการคิดให้เป็นระบบ

การคิดให้เป็นระบบมีผลอย่างมากในการเรียนและการทำงาน สามารถเอามาใช้งานได้จริง การคิดเป็นระบบก็คือ การตั้งสมมติฐาน การวางแผนที่จะหาคำตอบเหล่านั้นเอาไว้ล่วงหน้าก่อน เหมือนกับทำโปรเจคอะไรสักชิ้น เมื่อได้สมมติฐานแล้วทีนี้ก็เริ่มทำการหาคำตอบด้วยวิธีการต่างๆ จากนั้นก็นำมาสรุปผลมาสมมติฐานที่ตั้งไว้ กับความเป็นจริงตรงกันหรือไม่ ต้องมีการปรับปรุงอย่างไรบ้าง

4. ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย

การเรียนในยุคนี้จำเป็นต้องเทคโนโลยี โดยเฉพาอินเตอร์เน็ตสำหรับการสืบค้นข้อมูลต่างๆ หรือตัวช่วยในการเรียนออนไลน์ อย่างในปัจจุบันที่มีการเรียนที่บ้าน เพราะว่าวิกฤติของโควิด-19 ถ้าหากไม่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเลย คงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เรียนจะเรียนหนังสือต่อได้

5. เรียนด้วยการลงมือปฏิบัติจริง

หรือที่เรียกว่า Active Learning เป็นการบวนการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ ซึ่งการเรียนด้วยวิธีนี้จะทำให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาที่เรียนได้ง่ายขึ้น จำเนื้อหาได้นานกว่าเดิม หากผู้เรียนสามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง สิ่งที่ผู้เรียนได้ไปนั้นก็จะถูกจดจำไม่มีวันลืม ซึ่งดีกว่าการท่องจำอย่างเดียว

ทั้งหมดนี้ก็เป็นแนวทางในการเรียนในยุคสมัยใหม่ ที่ทุกโรงเรียนควรมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพของผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น สิ่งสำคัญก็คือผู้สอนก็ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการใช้เทคโนโลยีเช่นกัน จะได้แนะแนวทางให้ผู้เรียนได้อย่างถูกต้องก่อน และไม่เกิดปัญหาในการสอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *